หน้าแรกปรัชญาวิสัยทัศน์แนวคิดคุยกับผู้บริหารมูลนิธิคุณพุ่มมูลนิธิออทิสติกไทยจดหมายข่าวสมาชิกเว็บบอร์ดรับสมัครนักเรียนรับสมัครงานสถานที่ติดต่อ
Forum 1
ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่
คุยกับอาจารย์ชูศักดิ์ ประธานมูลนิธิ
(Reader : 707032)
สวัสดีครับเพื่อนสมาชิก
ผมได้เปิดช่องทางการสื่อสารกับสมาชิกผ่านwebboard janthayanond.com เพื่อฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากสมาชิกในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวกับการทำงานการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กออทิสติกในด้านต่างๆ
สมาชิกที่สนใจ เข้ามาคุยกันได้นะครับ ผมจะตอบคำถามในวันถัดไปครับ
Posted by : อ.ชูศักดิ์วัน/เวลา : 26/10/2549 10:09:59
รับทราบข้อมูลสถานที่อบรม พบกันวันที่ 20ครับ
Posted by :มูลนิธิออทิสติกไทย
วัน/เวลา :16/5/2550 11:34:49
เรียนอาจารย์ชูศักดิ์ ฯ ที่เคารพ
ผลจากการอบรมให้ความรู้จากคณะวิทยกร ของอาจราย์ ที่มุกดาหาร ผมนำไปใช้กับลูกชาย ผมดีใจมาก ณ วันนี้ ลูกชายผมขี่จักรยานเองได้ สามารถมัดและแก้สายผูกรองเท้าเองได้ แล้วครับ
ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปกครองเด็กออทิสติกทุกท่านครับ
Posted by :ด.ต.วิสูตร จันทพันธ์
วัน/เวลา :16/5/2550 14:53:39
ในกทมจะจัดอบรมการเคลื่อนไหวอีกไหมคะทราบว่าเป็นวิทยากกรที่เก่งและมีความสามารถอยากเข้าร่วมนะคะ
Posted by :สาธินี
วัน/เวลา :15/7/2550 13:42:47
ลูกชายอายุ 3 ขวบเป็นออทิสติก กำลังไปรักษาที่สถาบันพัฒนาเด็กราชนครินทร์ เชียงใหม่ ได้ 1 ครั้งแล้วก็ให้กลับมาทำการบ้านที่บ้าน มีนัดอีกครังเดือน ตุลาคม อยากได้โปรแกรมไปฝึกที่บ้านค่ะ และอยากจะสมัครเป็นสมาชิกชมรมด้วยค่ะ
Posted by :นลินรัตน์ วิวัฒนวงศ์ธร
วัน/เวลา :22/7/2550 19:26:52
ลูกชายอายุ 3ขวบ เพิ่งทราบว่าลูกเป็นออทิสติกตอนอายุ2.10ขวบ ตอนนี้พาไปฝึกที่สถาบันพัฒนาเด็กราชนครินทร์มา 3 อาทิตย์แล้ว ตอนนี้หมอให้กลับมาฝึกต่อที่บ้านโดยมีการบ้านมาให้ทำด้วย แต่พอกลับมาอยู่บ้านลูกชายมักจะทำร้ายพี่ชายอยู่เสมอ(พี่ชายอายุ 4.8ขวบ)และค่อนข้างโมโหร้าย ชอบทำร้ายคนรอบข้างเวลาที่ไม่ได้ดังใจ แต่กลับแม่จะไม่ทำร้าย อยากทราบว่าควรจะทำอย่างไรดีคะจึงจะจัดการกับพฤติกรรมเหล่านี้ได้ และอยากจะสมัครเป็นสมาชิกชมรมผู้ปกครองออทิสติกด้วยค่ะ รวมทั้งอยากได้โปรแกรมฝึกเด็กออทิสติกด้วยค่ะ เพราะตอนนี้ลูกชายยังพูดไม่ได้ มีนัดฝึกที่สถาบันอีกทีเดือนตุลาคมรุ้สึกว่านานจังเลยค่ะ
Posted by :มิตร เชียงราย
วัน/เวลา :23/7/2550 14:00:44
เรียนอาจารย์ชูศักดิ์ ที่เคารพ
ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำของอาจารย์ และอยากทราบว่าการบ้านที่ทางสถาบันให้มาเราควรจะทำอย่างไรดีคะ ควรจะใช้เวลาฝึกให้เหมือนกับที่อยู่สถาบันหรือเปล่า และมีคนแนะนำว่าให้พาลูกไปฝึกที่ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด จะดีไหมคะเพราะตอนนี้ลูกชายยังไม่ได้เข้าโรงเรียน แต่พาไปฝากที่เนิรสเซอรี่ใกล้บ้าน(อยู่บ้านไม่ได้เพราะซนมาก แถมยังดูวีซีดีทั้งวัน เนื่องจากยายตามใจมาก) แล้วโปรแกรม intensive Program เป็นยังไงคะ ขอรายละเอียดด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
Posted by :มิตร เชียงราย
วัน/เวลา :24/7/2550 14:39:46
เรียนคุณมิตร
๑.อยากให้จัดตารางการฝึก เหมือนตารางสอนตอนที่เราเรียนหนังสือตอนเด็กๆ จัดให้ลูกทุกวันโดยอิงแผนที่คุณหมอจัดให้ ส่วนหนังสือและการฝึกเพิ่จะส่งไปให้ emailมานะครับ INTENSIVE PROGRAM คือการฝึกต่อเนื่องเข้มข้นและลงลึกตามทักษะต่างๆ
Posted by :อ.ชูศักดิ์
วัน/เวลา :24/7/2550 15:25:42
เรียน อ.ชูศักดิ์ จันทยานนท์
ดิฉันมีลูกเป็นออทิสติก อายุ 10 ขวบ เริ่มรักษาอาการเมื่ออายุ 3 ปี ครึ่ง ขณะนี้มีอาการดีขึ้น เรียนอยู่ที่รร.ภูเก็ตปัญญานุกูล ห้องออทิสติก มีความสามารถในการนับเลขได้บ้างพอควรช่วยเหลือตนเองได้มาก เช่นแต่งตัวไปโรงเรียน ทานข้าวแล้วเก็บล้างทำความสะอาดได้เอง พูดเป็นประโยคได้มาก แต่ชอบพูดซ้ำ ๆทางด้านการเขียนกล้ามเนื้อมัดเล็กยังไม่ค่อยจะแข็งแรง ต้องพยายามให้ฝึกเขียนบ่อย ๆ แต่ทำได้ไม่นานและสามารถเล่นโดยใช้จินตนาการได้พอสมควร และมีปัญหาอีกอย่างที่ต้องการปรึกษา ทางด้านการขับถ่ายยังทำได้ไม่ดี ชอบถ่ายบริเวณนอกบ้าน แต่ทางด้านการถ่ายปัสสาวะก็สามารถทำได้ดี อาจารย์พอจะมีแนวทางในการแนะนำได้ไหมคะ ดิฉันขอกราบขอบพระคุณ ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย
Posted by :คุณแม่น้องซุป
วัน/เวลา :24/7/2550 20:01:42
เรียนคุณแม่น้องซุป
วิเคราะห์จุดเด่น นับเลขได้ ช่วยเหลือตนเองในการแต่งกายและงานบ้านง่ายๆได้
วิเคราะห์จุดที่ควรเสริม กล้ามเนื้อมัดเล็กไม่แข็งแรง เขียนหนังสือได้ไม่นาน การขับถ่ายมีปัญหาเรื่องการใช้ห้องนำ
แผนการฝึก
1. การฝึกประสานสัมพันธ์และกลไกกล้ามเนื้อมัดเล็ก เข่น ฝึกลีลามือ ฝึกการฉีกกระดาษ ตัดกระดาษ ตัดปะ ฉีกปะ ฝึกการใช้ช้อนส้อม การนวดนิ้ว การใช้กิจกรรมการเคลื่อนไหว
2. ฝึกการใช้ห้องน้ำ ผู้ใหญ่พาเข้าทุกครั้ง ฝึกการขับถายเป็นที่ ฝึกการใช้สายชำระ
แผนการฝึกนี้ คงพอช่วยได้ครับ สำหรับกิจกรรมด้านจุดเด่น ควรฝึกต่อเนื่องและเพิ่มเนื้อหาสเข้าไปครับ
ชมรมที่ภูเก็ตของพวกเรา มีกิจกรรมกันติดต่อที่คุณอ๋อยได้เลยครับ ไม่ทราบรู้จักกันหรือเปล่า
Posted by :อ.ชูศักดิ์
วัน/เวลา :24/7/2550 20:17:11
เรียน อาจารย์ชูศักดิ์ที่เคารพ
ดิฉันได้ส่ง e-mail ไปให้เรียบร้อยแล้วนะคะ รบกวนขอCD การฝึกเด็กออทิสติกด้วยค่ะ และดิฉันจะพยายามฝึกลูกตามที่อาจารย์แนะนำค่ะ แล้วจะรายงานผลให้ทราบวันหลังนะคะ ส่วนเรื่องชมรมผู้ปกครองออทิสติกจังหวัดเชียงราย ดิฉันได้ติดต่อไปแล้วค่ะแต่ยังไม่ได้ไปร่วมกลุ่ม ว่าจะหาโอกาสไปอยู่ค่ะ
Posted by :มิตร เชียงราย
วัน/เวลา :25/7/2550 12:42:29
เรียน คุณมิตร
รับmailแล้วครับ จะรีบส่งcdกับหนังสือไปให้ครับ
Posted by :อ.ชูศักดิ์
วัน/เวลา :26/7/2550 22:44:28
สวัสดีค่ะ อาจารย์
รู้สึกซาบซึ้งในความกรุณาของอาจารย์มากๆค่ะ และก็ขอบคุณที่อาจารย์มีน้ำใจกับเด็กออติสติก เพิ่งเข้ามาที่นี่เป็นครั้งแรก ลูกสาวคนที่ 2 เป็นเด็กพิเศษเหมือนกันค่ะ ตอนนี้อายุ 12 ปี เรียนอยู่ชั้น ป5. การเรียนอยู่ระดับพอใช้ ช่วยเหลือตัวเองได้ทุกอย่าง ช่างพูด ชอบเล่าเรื่องต่างๆ แต่บางประโยคก็ฟังไม่รู้เรื่อง ยังมีอาการที่ชอบอยู่คนเดียว เล่นคนเดียว พูดคนเดียว แต่ก็อยู่ในระดับที่พอใจค่ะ เพราะกว่าจะมาถึงขั้นนี้ ต้องผ่านอะไรมาเยอะมาก ทั้งตัวเค้าเองและครอบครัว ดิฉันรู้ว่าลูกผิดปกติตั้งแต่ลูกอายุ 9 เดือน อยู่ในความดูแลของหมอตลอด เริ่มดูแลอย่างจริงจังโดยเข้าคอร์สฝึกในเรื่องต่างๆ ตั้งแต่ฝึกพูด ฝึกควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม เมื่อตอนอายุประมาณ 2 ขวบ (เนื่องจากตอนแรกลูกยังเล็กมาก )ที่รพ.รามาคลีนิกพัฒนาการเด็ก ต้องขอขอบพระคุณคุณหมอทัศนวัติ คุณหมอนิชรา และก็คุณครูทุกท่าน ที่ศูนย์การศึกษาเด็กพิเศษที่ ราชภัฏสวนสุนันทา ลูกไม่พูดจนถึงอายุ 4 ขวบ เริ่มพูดได้แต่ก็พูดไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จักแม้แต่พ่อ แม่ ไม่รู้ว่าคนไหน แต่ติดผู้หญิงคนหนึ่งมากๆ ไม่เห็นผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เลย (เค้าห้องน้ำก็ไม่ได้ ต้องเข้าด้วยกัน)แต่เค้าไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงคนนั้นเรียกว่า "แม่" และก็ฝึกมาเรื่อยๆไปหาหมอทุกครั้งที่นัด พฤติกรรมแปลกๆมีมาให้เห็นอยู่ตลอด สุดท้ายเริ่มดีขึ้นมากๆ จนคุณหมอบอกว่าเกินความคาดหวังจากสีดำกลายเป็นสีเทาจางๆ ยังไม่ถึงกับขาว คุณหมอแนะนำให้เข้าเรียนกับเด็กปกติ (ระดับอนุบาล)แต่อาจารย์ขา ยากมากๆ ไม่มีโรงเรียนไหนรับ เค้าบอกว่าไม่มีคูรทางด้านนี้ เผอิญเจอคนใจบุญท่านหนึ่งแนะนำโรงเรียนให้ เป็นโรงเรียนอนุบาลเล็กๆ ก็ไปฝาก ได้ครูประจำชั้นชื่อครูจิ๊บ โชคดีของลูกมากๆ ครูจิ๊บรักลูกสาวของดิฉันมาก เค้าคงสงสาร สอนทุกอย่าง ตั้งแต่การไหว้ เข้าห้องน้ำ กินข้าว ลูกดิฉันดีขึ้นมากๆจากตรงจุดนี้ แค่นี้ก่อนนะคะ ไปประชุมก่อน ถ้าคุณที่มีลูกเป็นแบบนี้ฟังดิฉันเล่าจบหวังว่าคุณจะมีกำลังใจมากขึ้นค่ะ
Posted by :พลอย
วัน/เวลา :3/8/2550 10:05:38
เรียนคุณพลอย
ดีใจกับพัฒนาการลูกที่ดีขึ้นครับ ปีนี้ มูลนิธิออทิสติกไทย มูลนิธิคุณพุ่ม ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ จัดโครงการโรงเรียนแกนนำเรียนร่วมเด็กออทิสติกระดับอนุบาล โดยรุ่นแรกจะเชิญโรงเรียนอนุบาลในเขตกรุงเทพและปริมณฑลที่สนใจ สมัครเป็นเครือข่ายมูลนิธิออทิสิตกไทย โดยมูลนิธิจะสนับสนุนการฝึกอบรม พัฒนาครู การปรับแนวการจัดประสบการณ์ในโรงเรียนนำร่องให้เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพเด็ก ตั้งใจทำให้มีมาตรฐาน และจะเปดให้ผู้ปกครองของโรงเรียนร่วมอบรมด้วย
ขณะนี้กำลังยกร่างหลักสูตรการอบรม และในวันที่ 25-28 สค2550 ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ซึ่งกำกับดูแลโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศจะจัดอบรมครูและผู้ปกครองในโรงเรียนแกนนำให้โดยใช้หลักสูตรที่เราพัฒนาขึ้น
ผมโชคดีได้ทีมงานเก่งๆหลายท่าน ทั้งคุณหมอนลินี คุณหมอเบญจวรรณ คุณหมอวิฐารณ ครูนิ่มบ้านอุ่นรัก ดร.สมพร หวานเสร็จ และอีกหลายท่านมาร่วมทีมกัน
หากคุณพลอยสนใจ ลองชวนโรงเรียนที่ลูกเรียนมาร่วมโครงการก็ได้นะครับ รีบแจ้งมาด่วนนะครับที่ 028667125 กด 0 ครูหนู บอกว่าขอแจ้งชื่อโรงเรียนเครือข่าย และผมจะได้ให้หน่วยงานต้นสังกัดเชิญรร.มาประชุม ด่วนนะครับ
Posted by :อ.ชูศักดิ์
วัน/เวลา :3/8/2550 10:25:39
เรียนอาจารย์ค่ะ
จะประสานงานให้นะคะ หรือไม่อาจารย์ให้ทีมงานส่งหนังสือเชิญโรงเรียนเข้าร่วมเป็นเครือข่ายเลยค่ะ ที่โรงเรียนชลประทานวิทยา (ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชน จะมีชลประทานสงเคราะห์อีกแห่งค่ะ เป็นรร.หลวงและมีแผนกรับเด็กพิเศษ ซึ่งลูกสาวเคยไปเรียนอยู่ 7 วัน รร.จะรับเด็กพิการซ้ำซ้อน เด็กดาวน์ เด็กออติสติก ) ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็น รร.ใหญ่มาก มีนักเรียน ประมาณ 6000 คน เฉพาะ อนุบาลประมาณ 600 คนค่ะ และที่ทราบก็มีเด็กออติสติกปะปนอยู่ในนั้นจำนวนหนึ่งเหมือนกันค่ะ
Posted by :พลอย
วัน/เวลา :3/8/2550 14:05:30
ยอมรับmovementคะ
Posted by :ฤฤ
วัน/เวลา :4/8/2550 18:07:17
ขอบคุณครับ
Posted by :อ.ชูศักดิ์
วัน/เวลา :7/8/2550 13:52:37
อ.เก่งมากคะมีครูที่เก่งๆอ.ทำยังไงคะถึงฝึกฝนครูให้มีความเชี่ยวชาญทั้งๆที่ใม่จบการศึกษาพิเศษแต่ประสบการเหลือล้น
Posted by :ครูจากปราจีน
วัน/เวลา :7/8/2550 17:14:08
สวัสดีคุณครูปราจีนครับ
ขอบคุณสำหรับคำชม ถามว่าทำอย่างไรครูของมูลนิธิถึงเก่ง อยากจะบอกว่า การเรียนรู้ตามหลักสูตรเป็นการเรียนรู้ภาคทฤษฎี ซึ่งมีข้อจำกัดคือความรู้ที่เรียนมักไม่ทันสมัย หรือup- to- date เป็นความรู้ขั้นพื้นฐานและเชิงวิชาการเท่านั้น หลักสูตรครูการศึกษาพิเศษที่เรารำเรียนมา จึงไม่เพียงพอในการทำงานจริง
๔ ปีที่เรียนมา เรียนจบ ความรู้ก็ก้าวไปข้างหน้าหลายๆก้าวแล้ว โดยเฉพาะเรื่องเด็กออทิสติก เรายังไม่มีหลักสูตรที่specลงไป ในหลายประเทศ มีหลักสูตรการเรียนครูสาขาออทิสติกโดยเฉพาะ ผมมีลูกศิษย์ชาวอังกฤษอยู่คนหนึ่ง กำลังเรียนมหาบัณฑิตสาขาออทิสติกที่ม.เบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ
นอกจากนี้ ในการจัดการศึกษาเด็กออทิสติก ๒๐ปีที่ผมมีประสบการณ์ตรงทั้งในฐานะพ่อแม่ที่ใฝ่หาความรู้ ทั้งในฐานะผู้บริหารการศึกษาที่พัฒนาโปรแกรมการศึกษา โปรแกรมการฝึกอบรมครู พบสัจธรรมว่า ครูทุกคนสามารถสอนเด็กออทิสติกได้ หาก มีใจรัก เข้าใจเด็ก รู้จักคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ค้นหานวตกรรมใหม่ ดัดแปลงใช้ให้เหมาะกับการพัฒนาศักยภาพเด็ก ด้วยความเชื่อมั่นที่ว่า เด็กทุกคนมีศักยภาพ มีความสามารถ รับรองได้เลยว่าครูท่านนั้น จะมีความเชี่ยวชาญได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ยิ่งมีระบบtraining สนับสนุนและมีการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปปฎิบัติจริงอย่างต่อเนื่อง และเติมเต็มตลอดเวลา ทุกคนก็เป็นexpertได้ ไม่ใช้แค่อ่านตำรา หรือมีปริญญาก็พอ ผมห็นบางคนจบปริญญาเอก ด้วยซ้ำ พอเจอเด็กออทิสติกจริงๆ เป็นงงก็มี ค้นตำราไม่ทัน บางที่แนะนำคนอื่นผิดๆก็มี
ดังนั้น จิตใจที่เข้าใจ ยอมรับเด็กในฐานะมนุษย์ที่พัฒนาได้ ร่วมทั้งการค้นคว้าและลงมือปฎิบัติอย่างจริงจังต่อเนื่อง จะช่วยให้เราเป็นครูตนเก่งอย่างแท้จริงครับ และที่สำคัญคือรู้จักการทำงานร่วมกับคนอื่น ตามสูตร พ่อแม่ หมอ ครู ชุมชน ครับลองทำตามดูนะครับ มีอะไรเขียนมาคุยกันได้อีกครับ
Posted by :อ.ชูศักดิ์
วัน/เวลา :9/8/2550 7:22:25
บันทึกช่วยจำ : พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๐
ชูศักดิ์ จันทยานนท์
นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย)
ประธานฝ่ายกฎหมายสภาคนพิการทุกประเภท
แห่งประเทศไทย
ในที่สุดความใฝ่ฝันของคนพิการไทยทุกประเภทและองค์การด้านคนพิการก็เป็นจริง วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๐ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๐ ซึ่งองค์กรคนพิการได้ร่วมผลักดันมากว่า ๖ ปี โดยศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำทัพผู้นำคนพิการหลายคนร่วมเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว และคณะกรรมธิการวิสามัญ ได้จัดประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถึง ๑๔ ครั้ง และยังมีคณะอนุกรรมาธิการด้านคนพิการ เป็นผู้ช่วยยกร่าง ปรับ แก้ไข เพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะ
กรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งมีการประชุมคณะอนุกรรมาธิการีอีกนับสิบครั้งเช่นกัน

บันทึกช่วยจำฉบับนี้ บันทึกเพื่อเป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ของการยกร่างกฎหมาย โดยฐานะที่ผมมีโอกาสร่วมร่างกฎหมายโดยทำหน้าที่ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญ และได้ร่วมบรรยากาศการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งมีการประชุมพิจารณาในวาระที่ ๒ ถึง ๒ ครั้ง ๒ ครา (ปกติกฎหมายต่างๆส่วนใหญ่ มีการประชุมครั้งเดียวก็ได้ข้อยุติว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน)

ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๐ เป็นการประชุมพิจารณาครั้งแรก คณะกรรมาธิการที่นำโดย ครูหยุ่ย หรือท่านวัลลภ ตั้งคณานุรักษ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ปรากฏว่าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อภิปรายอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะประเด็นการยกระดับ หน่วยงานในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คือสำนักส่งเสริมและพิทักษ์คนพิการ ให้มีลักษณะเป็นองค์กรอิสระในกำกับของรัฐมนตรี และมีบทบาทหน้าที่เชิงกว้างคล้ายองค์การมหาชนมาดูแลงานด้านคนพิการโดยเฉพาะ ซึ่งตรงจุดนี้ รัฐบาลไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าหน่วยงานระดับกองเล็กๆก็น่าจะดูแลงานด้านคนพิการได้ บรรยากาศวันนั้น พวกเราที่เป็นแกนนำคนพิการได้ช่วยกันอภิปรายหาเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามาอธิบาย ทั้งอ.วิริยะ อ.มณเฑียร อ.สุภรณ์ธรรม คุณสุรเชษฐ์ พูดในประเด็นงานด้านคนพิการ ความหลากหลาย ความต้องการจำเป็น และการมีหน่วยงานที่มีระดับความสำคัญมาดูแล ขับเคลื่อนงาน ซึ่งท่วงท่าการอภิปรายของกลุ่มพวกเรา เรียกอารมรณ์ร่วมจากสมาชิกสภานิตัญญัติได้มากที่เดียว แต่ก็มาสะดุดเรื่องรูปแบบหน่วยงานรวมทั้งเทคนิคการเขียนเป็นกฎหมาย และการใช้อำนจรัฐที่กระทบสิทธิบุคคลอื่น ซึ่งองค์กรลักษณะที่พวกเราต้องการให้เป็น จะมีข้อจำกัดในแง่มุมกฎหมายมาหชน ความคิดเรื่องเป็นองค์กรคล้ายองค์การมาชน จึงสะดุด แต่ที่ประชุม สภานิติบัญญัติ ก็เปิดโอกาสให้คณะกรรมธิการนำร่างกลับมาปรับปรุงโดยตั้งโจทก์ว่า เห็นด้วยกับการยกระดับหน่วยงานดูแลงานด้านคนพิการให้มีความสำคัญมากขึ้น แต่ไม่ถึงกับเป็นกรม และควรเป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งคณะกรรมาธิการก็นำแนวคิดดังกล่าวมาปรับปรุงร่างเพื่อนำเสนอในการประชุมครั้งถัดไป
ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๐ ครั้งนี้ คณะกรรมาธิการ พบด่านสำคัญ คือการสงวนการแปรญัตติของตัวแทนรัฐบาล โดยมีมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๐ สนับสนุนขอคงหลักการเดิมตามมาตรา ๑๒ คือให้สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการตามเดิม นั่นคือคงไว้ซึ่ง สำนักส่งเสริมและพิทักษ์คนพิการ ซึ่งมีฐานะเพียงกอง ทำหน้าที่ดำเนินงานด้านคนพิการดังเดิม
ยกแรกของการอภิปราย หลังจากที่ท่านอ.วิริยะ เป็นตัวแทนนำเสนอเหตุผลประกอบการพิจารณาขอยกระดับหน่วยงานที่ดูแลงานด้านคนพิการ เป็นสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ โดยไม่มีฐานะเป็นกรม แต่มีเลขาธิการกำกับดูแล พร้อมอธิบายเหตุผลโดยสังเขป มีการเปิดเกมอภิปรายโดยสมาชิกสภานิติบัญญัติ ๓ ท่านอภิปรายเปิดประเด็นในเชิงไม่เห็นด้วย โดยอ้างเหตุผลเชิงการบริหารจัดการ อ้างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินเรื่องการจัดตั้งหน่วยงานที่ควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ อ้างหลักธรรมภิบาล อ้างว่าหน่วยงานในสถานะเดิมก็ปฎิบัติหน้าที่ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ปรับปรุงคุณภาพบ้างก็น่าจะเพียงพอแล้ว และไม่มีความจำเป็นเพียงพอที่จะต้องยกระดับ ผิดหลักตรรกะศาสตร์ วิธีแก้ปัญหาต้องปรับวิธีคิดไม่ใช่คิดแต่จะตั้งหน่วยงานให้ใหญ่ขึ้นมาดูแล
พอฟังเหตุผลของฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล บรรยากาศเริ่มตึงเครียด โดยเฉพาะท่านประธานกรรมาธิการคือครูหยุย หรือ ท่านวัลลภ ตังคณานุรักษ์ คณะกรรมาธิการ และพวกเราที่เป็นตัวแทนคนพิการ ผมหันไปดูสีหน้าพวกเราหลายคน ไม่ว่าจะเป็น อ.วิริยะ อ.มณเฑียร คุณสุภรณ์ธรรม คุณสุรเชษฐ์ คุณธีรยุทธ นั่งมองไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วยสีหน้าเครียด ตัวเกร็ง มือ ปากและหมัดสั่นๆ ผมต้องเอามือลูบหลังมือพวกเราบางคนให้ใจเย็นๆ รอจังหวะสวนกลับ หันกลับมาดูคณะกรรมาธิการฝ่ายเชียร์ หลายท่านเริ่มคิดคล้ายกับเรา
ทันใดนั้นคุณนา (คุณกัญจนา ศิลปอาชา) ในฐานะกรรมาธิการ ได้ยืนขึ้นอภิปรายชี้แจงโดยเสียงค่อนข้างเข้ม จริงใจและจริงจัง มีประโยคเด็ด เช่น “ การทำงานด้านคนพิการในประเทศเราที่ผ่านมา ขึ้นกับโชคชะตา คราใดที่บุญมา วาสนาส่ง คนพิการก็ได้รับอานิสงส์ ยามใดที่ตกอับก็ถูกละเลย ข้าราชการก็แปรเปลี่ยนไปทำงานตามนโยบายและความสนใจของเจ้ากระทรวง “ “การจัดตั้งกระทรวงการพัฒนาสังคม ตั้งใจจะให้มีหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพในการดูแลงานด้านคนพิการ แต่ที่ผ่านมาการทำงานไม่เป็นเอกภาพ ไม่มีการประสานงานกันอย่างจริงจัง” การที่คณะกรรมาธิการ ออกแบบไว้เช่นนี้ เพื่อต้องการให้มีเจ้าภาพดูแลงานด้านคนพิการอย่างจริงจัง ขอความกรุณาสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งนี้โปรดเห็นใจและเข้าใจด้วย เพราะที่ผ่านมางานด้านคนพิการไม่เกิดประสิทธิผล”
ครูหยุย หรือ ท่านวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ท่านประธานของเรา ลุกขึ้นชี้แจงต่อ โดยการพูดที่พยายามข่มความรู้สึกบางอย่าง ท่านเปิดประเด็นว่า “ในการประชุมครั้งที่แล้ว สภาแห่งนี้ให้โจทก์คณะกรรมาธิการ ไปปรับหน่วยงานให้เป็นหน่วยงานรัฐเพื่อใช้อำนาจตามกฎหมายได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ติดใจว่าจะเป็นระดับกรมก็ได้ โดยลงคะแนน ๗๐ ต่อ ๓๐ ให้คณะกรรมาธิการธิการไปดำเนินการ แต่รัฐบาลกลับมีมติไม่เห็นด้วย แสดงว่า รัฐบาลไม่ได้สนใจเรื่องคนพิการอย่างแท้จริง ยึดติดกรอบกติกา มากกว่าความจำเป็นของคน และท่านได้ยกตัวอย่างปรากฎการณ์ที่สภานิติบัญญัติมองข้ามอย่างฝ่าคลื่นความคิดเดิมในหลายกรณี จึงขอให้สมาชิกทุกท่านโปรดพิจารณาสนับสนุนด้วย”
ถึงช่วงนี้เอง ใจคอพวกเราหลายคนเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่รู้จะเป็นหมู่หรือจ่า ส่วนตัวผมความคิดเตลิดเปิดเปิงไปถึงขนาดว่า “โลกนี้ไม่ยุติธรรม ค่าของความคน ศักดิ์ศรีของความเป็นคน มีค่าน้อยกว่ากฎบางข้อเชี่ยวหรือ” “ถ้ากฎหมายไม่ผ่าน พวกเราจะทำอย่างไรต่อไป ต้องยกขบวนคนพิการมาหน้ารัฐสภาอีกกี่ครั้ง เหนื่อยเหลือเกิน เซ็งสุดๆ”” อยากอาละวาดโวยวาย พยายามมองสบตาสมาชิกสภานิติบัญญัติหลายท่านเพื่อให้รับรู้ความกังวลใจของเรา หันไปมองเพื่อนเราอีกหลายคนก็มีอากัปกริยาเดียวกัน
ยกที่สอง ท่านประธานสภา เปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปราย ท่านอ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ได้อภิปรายสนับสนุนคณะกรรมาธิการ โดยยกหลักกฎหมายมหาชนหลายประการแก้ข้อสังเกตที่มีการอภิปรายยกแรก ท่านเปิดด้วยคำว่า “สังคมไทยส่วนใหญ่มองว่า คนพิการควรอยู่ในบ้าน ไม่ควรออกมาทำอะไร สังคมเราเปิดโอกาสให้คนพิการาจริงหรือยัง เพียงคนพิการขอให้มีหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพงานคนพิการเป็นพิเศษก็มีข้อสังเกตมากมาย” “ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญปี ๔๐ ให้สิทธิคนพิการหลายข้อ แต่คนพิการก็ยังไม่ได้รับสิทธิอย่างแท้จริง เพราะๆไม่มีหน่วยงานเจ้าภาพที่แท้จริง ยิ่งมาดูรัฐธรรมนูญ ปี๕๐ ที่กำลังจะลงประชามติ เพิ่มสิทธิให้คนพิการอีกหลายเรื่อง หากไม่ยกระดับหน่วยงานเจ้าภาพ คนพิการจะรับสิทธิได้อย่างไร” “ตามพรบ.ระเบียบบริหารร่าชการแผ่นดิน สามารถยกระดับหน่วยงานได้ เพราะดูความสำคัญของงานประกอบการพิจารณา เราให้ความสำคัญกับงานคนพิการเพียงพอแล้วหรือยัง ”
จากนั้นก็มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติอีก ๕ ท่าน ที่ผมจำได้มีท่านอ.โคทม อารียา ท่านอ.อัมมาร สยามวาลา และอีก ๓ ท่าน อภิปรายสนับสนุน โดยเน้นเรื่องความสำคัญของคนพิการที่ปัจจุบันสังคมไทยต้องเน้นให้มากขึ้นเท่าเทียมสังคมโลก ที่ผมฟังแล้วยิ้มออกและรู้สึกประทับใจ มีอยู่ท่านหนึ่งอภิปรายได้อารมณ์ที่แสดงถึงการยอมรับความหลายหลายและการยอมรับในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง ท่านพูดไปน้ำตาคลอเบ้าไป จับใจความได้ว่า “ขอให้ทุกคนเห็นใจคนพิการ ...อยากให้ลองหลับตาสัก ๒๔ ชั่วโมง เอาเทียนมาอุดหู สัก ๒๔ ชั่วโมง หรือเอาเชือกผูกมือ ผูกขาสัก ๒๔ชั่วโมงหรือไม่คิดอะไรสัก ๒๔ ชั่วโมง จะรู้สึกอย่างไร.......คนพิการ รู้สึกมากกว่านี้อีกหลายเท่า เพราะความพิการติดตัวตลอดชีวิต...แล้วทำไมเราถึงจะไม่ช่วยผลักดันให้ตคนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีงานทำ มีเจ้าภาพดูแลอย่างดี.....
ในที่สุดท่านประธานขอมติที่ประชุม ซึ่งสภานิติบัญญัติก็ให้ความเห็นชอบ ม.๑๒ ด้วยคะแนน ๘๐ ต่อ ๗๐ ตามร่างของคณะกรรมาธิการ คือให้มีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไม่มีฐานะเป็นกรมแต่มีเลขาธิการซึ่งมีฐานะเทียบเท่าอธิบดี กำกับดูแล หมดยกนี้พวกเราเริ่มมีสีหน้าสดใสขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง
ยกสาม จากนั้นท่านประธานสภา ได้ให้พิจารณามาตราถัดไป ซึ่งก็มีข้อสังเกตบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีผลอะไร เพียงแต่ช่วยให้กฎหมายสมบูรณ์ชัดเจนมากขึ้น ในที่สุด ท่านประธานก็เปิดให้มีการลงมติ ช่วงนี้ ท่านอ.วิริยะ ถามย้ำผม ให้ช่วยท่านคลำปุ่มกดลงคะแนน ถามย้ำ ๒ ครั้ง ว่าอย่าผิดปุ่นนะ เดี๋ยวคะแนนจะมีปัญหา ผมยืนยันว่า ไม่ผิดแน่นอน สภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ลงมติผ่านให้เป็นพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๐ ด้วยคะแนน ๑๓๐ ต่อ ๒
ความรู้สึกของคณะกรรมาธิการและพวกเราทุกคน ดีใจ ผมเห็นพี่หยุ่ย คุณนา แ.วิริยะ อ.มณเฑียร คุถสุรเชษฐ์ คุณสุภรณธรรม คุณธีรยุทธและตัวผมเอง ยิ้มอย่างมีพลัง ...... ก้าวใหม่ของงานด้านคนพิการ เริ่มต้นขึ้นแล้ว พวกเราทุกคนบอกกับตัวเอง......ขอบคุณท่านสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มีใจเป็นธรรม มองประโยชน์สุขประชาชนเป็นสำคัญ........
...........................................................................................

Posted by :อ.ชูศักดิ์
วัน/เวลา :10/8/2550 11:22:05
วันนี้มีการประชุมที่นครนายก
Posted by :อ.ชูศักดิ์
วัน/เวลา :12/8/2550 20:07:44
Page : 123456789101112131415161718192021222324252627282930313233
[ First ] [<< back ] [ next>> ]  [ Last ]  
แสดงความคิดเห็น
ข้อความ
รูปภาพ
ชื่อ
อีเมล์
ให้ใส่เป็นตัวเลขอารบิก
                    

 
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
www.janthayanond.com